แก้ว หรือ ภาชนะสำหรับใส่เครื่องดื่มนั้น มีมากมายหลากหลายรูปทรง โดยวัตถุประสงค์ของการใช้แก้วน้ำแต่ละแบบก็มีจุดประสงค์ และความหลากหลายในการใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึงบาร์เครื่องดื่มชิลๆยามเย็นนั้น ควรเลือกแก้วโดยคำนึงถึงรูปลักษณ์ และความเหมาะสมต่างๆให้เข้ากับเครื่องดื่มแต่ละชนิด ที่ต้องเสิร์ฟให้แก่ลูกค้า เช่น ในงานสังสรรค์ที่มักจะมีการชนแก้วเพื่อสังสรรค์กันเป็นกลุ่มใหญ่ หากใช้แก้วที่มีหูจับสำหรับใส่เบียร์ที่มีความหนาและทนทาน ก็จะทำให้ไม่เสี่ยงต่อการชนแก้วแตก และสร้างปัญหาให้กับร้านและลูกค้า หรือแก้วก้านสำหรับใส่ค็อกเทลเพื่อสร้างบรรยากาศให้มื้อนั้นมีความน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น เป็นต้น โดยทางร้านจำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของแก้วแต่ละชนิด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทางร้านและลูกค้าของท่านมากที่สุด โดยประเภทหลักๆของทรงแก้วแต่ละชนิดมีดังต่อไปนี้

แก้วทรงกระบอก หรือทรงตรง (Tumbler Glass) เป็น แก้วทรงมาตรฐานที่สามารถเข้าได้กับเครื่องดื่มประเภททั่วไป อย่าง น้ำเปล่า น้ำอัดลม นม และน้ำผลไม้ เหมาะกับเครื่องดื่มที่มีปริมาณมาก และต้องการรักษาความเย็นให้ยาวนานด้วยน้ำแข็ง เนื่องจากแก้วประเภทนี้จะมีหลายขนาดให้เลือกใช้ได้ตามปริมาณของเครื่องดื่มที่ต้องการดื่มในแต่ละครั้ง อีกทั้งด้วยรูปทรงอันเรียบง่ายและมินิมอล ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ในการจุของเหลวได้อย่างเต็มที่

แก้วหูใส (Mug Glass) เป็นแก้วที่มีความนิยมในการใช้งานอย่างแพร่หลาย สามารถใช้ใส่เครื่องดื่มได้หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มร้อนหรือเครื่องดื่มเย็น โดยหูจับถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน ง่ายต่อการหยิบจับแก้วที่บรรจุเครื่องดื่มร้อน แก้วประเภทนี้ที่นิยมใช้ทั่วไป ได้แก่ แก้วชา แก้วกาแฟ และ แก้วเบียร์ จะมีหูจับเหมาะกับการใส่เครื่องดื่มที่ลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามประเภทของร้านอาหารและบริการ อย่างแก้วที่มีหูจับสำหรับใส่เบียร์จะมีความหนา ทนทาน และเก็บความเย็นได้ดี ไม่แตกง่าย ส่วนแก้วหูที่เสิร์ฟตามร้านกาแฟจะจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก ส่วนมากมักทำมาให้เข้าชุดพอดีกับจานรอง

แก้วขา หรือแก้วก้าน (Stemmed Glassware) แก้วชนิดนี้โดยปกติจะมีลักษณะการใช้งานเพื่อใช้สำหรับเครื่องดื่มค็อกเทลที่ไม่ต้องการให้มือสัมผัสกับตัวแก้วโดยตรง ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับบรรจุเครื่องดื่มในปริมาณไม่มาก อาศัยการจิบเป็นครั้งๆ จุดประสงค์ของแก้วชนิดนี้มีไว้เพื่อ เก็บรักษาอุณหภูมิของเครื่องดื่มเอาไว้ด้วยวิธีการจับก้านแก้ว แทนการจับแก้วโดยตรงจึงเป็นการลดการถ่ายอุณหภูมิจากร่างกายสู่เครื่องดื่ม และจากรูปทรงของตัวแก้วยังสามารถเก็บรักษากลิ่นหอมของเครื่องดื่ม อย่าง Red Wine, White Wine, Martini, Margarita, Champagne Flute, และ Sparkling Wine ให้อยู่ได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

แก้วแฟนซี (Fancy Glass) แก้วชนิดนี้มักถูกออกแบบมาสำหรับงานเลี้ยงสำคัญๆ หรือใช้งานแบบพิเศษ มีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายรูปทรง แล้วแต่ผู้ผลิตรายนั้นๆออกแบบ ในบางครั้งสามารถให้เป็น ของขวัญเนื่องในโอกาสพิเศษ เป็นของชำร่วย หรือใช้สำหรับงานเทศกาลต่างๆ เช่น แจกันแก้ว เครื่องแก้ว หรือ แก้วที่มีรูปทรงสวยงามและมีมูลค่าสูง อย่าง แก้วสองชั้น เป็นต้น

แก้วสองชั้น (Double Wall Glass) เป็นแก้วที่มีรูปทรงสวยงาม มีน้ำหนักเบา สามารถทนต่อความร้อนและความเย็นได้ดี โดยลักษณะรูปทรงจะมีการแยกผนังแก้วออกเป็นสองชั้น ทำให้สามารถ รักษาอุณหภูมิทั้งเครื่องดื่มร้อนและเครื่องดื่มเย็นได้ดี โดยแก้วประเภทนี้จะช่วยลดปริมาณการเกิดตัวของหยดน้ำที่ควบแน่นออกมาเมื่อใช้กับเครื่องดื่มเย็น และเมื่อใช้กับควบคู่เครื่องดื่มร้อนจะช่วยลดปัญหาเรื่องแก้วลวกมือในขณะที่เราหยิบจับแก้ว ด้วยการที่แก้วสองชั้นมีผนังแก้วที่แยกออกเป็นสองชั้น จะช่วยลดการถ่ายอุณหภูมิจากเครื่องดื่มสู่มือโดยตรงได้นั่นเอง
จะเห็นได้ว่านอกจากรูปทรงของแก้วจะเพิ่มอรรถรสในการดื่มแก่ลูกค้าแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าจากการนำเสนอเครื่องดื่ม ด้วยภาชนะที่มีความสวยงามและเหมาะสม ทำให้สามารถสร้างความประทับใจและความรู้สึกดีๆ ให้แก่ลูกค้าที่มีต่อเครื่องดื่มของร้านเราได้มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นแล้วการเลือกแก้วน้ำให้ถูกประเภทและมีความเหมาะสมกับเครื่องดื่มแต่ละชนิดนั้น เป็นสิ่งสำคัญมากที่ทางร้านควรคำนึงถึง หากสนใจเลือกดูแก้วใสแบบอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อเป็นไอเดียสำหรับเปิดร้านหรือทำของชำร่วย สามารถเข้าไปเลือกชมได้ ที่นี่ แล้วคุณจะรู้ว่าจริงๆแล้วแก้วใสนั้น มีรูปแบบแก้วนั้นมีเยอะกว่าที่คุณคิดไว้
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.